เมื่อพูดถึงเกม หลายๆ คนก็อาจนึกไปถึงทางลัดหรือที่เราเรียกกันว่าการใส่สูตร เพื่อช่วยให้เราได้เปรียบเจ้าระบบคอมพิวเตอร์

เกมพนันเองก็เช่นกัน และในวันนี้เราก็จะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ 1 ในหลายๆ สูตรที่น่าสนใจของเกม “บาคาร่า” เกมไพ่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเว็บพนันต่างๆ และเชื่อว่าสูตรนี้อาจจะพอช่วยให้การเดิมพันของเพื่อนๆ สามารถจับทางแพ้ชนะได้มากยิ่งขึ้นนะ

สูตรบาคาร่าเป่าจินจง

หากใครเคยเล่นบาคาร่ามาก่อน หรือเคยได้อ่านบทความของเซียนบาคาร่าหลายๆ ท่าน เพื่อนๆ ก็คงอาจเคยได้ยินชื่อของสูตรบาคาร่า เป่าจินจง กันมาบ้าง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าสูตรนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร แต่ความโด่งดังของมันนั้นก็อาจเป็นเพราะว่าหลายๆ คนที่นำไปใช้แล้วมันเห็นผลลัพธ์ได้จริงหรือเปล่านะ

โดยเจ้าสูตรเป่าจินจงนั้นก็ประกอบไปด้วยกฎ 2 ข้อง่ายๆ คือ

1.ถ้าฝ่ายผู้เล่นหรือเจ้ามือ “ชนะด้วย 8 หรือ 9 เป็นการชนะด้วยไพ่ 2 ใบ (ไม่มีการจั่วเพิ่ม)” ตาต่อไปให้เพื่อนแทง “ฝั่งผู้เล่น”

2.ถ้าฝ่ายผู้เล่นหรือเจ้ามือ “ชนะด้วยไพ่ 3 ใบ (มีการจั่วเพิ่ม)” ตาต่อไปให้แทง “ฝั่งเจ้ามือ”

นอกจากกฎ 2 ข้อนั้นแล้ว ก็ยังมีคำแนะนำอื่นๆ เพิ่มเติมจากเซียนหลายๆ ท่านที่บอกว่าจะช่วยให้สูตรนี้ได้ผลมากยิ่งขึ้น ดังนี้

1.ควรเข้าไปเล่นในห้องที่เพิ่งเริ่มเล่นใหม่

2.อย่าเพิ่งแทงจนกว่าจะมีเหตุการณ์ตามกฎทั้ง 2 ข้อนั้นเกิดขึ้น

3.หาจังหวะเล่นตามกฎแค่ 3 ตา จากนั้นก็ออกแล้วเปลี่ยนห้องเลย

พอถึงตรงนี้เพื่อนๆ อาจยังไม่เห็นภาพ งั้นเราลองไปดูตัวอย่างจากการนำไปทดลองใช้จริงกันเลยดีกว่า

ตัวอย่างการนำสูตรบาคาร่า ไปใช้งานจริง

เพื่อนๆ จะเห็นว่าในตาแรกของห้องนี้นั้นเริ่มจากเสมอ นั่นหมายความว่าเราอย่าเพิ่งแทง เพราะมันยังไม่เป็นไปตามกฎของสูตร

สูตรบาคาร่า เป่าจินจง
  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Pinterest
  • Gmail
  • Blogger

ตาที่ 2: ทางฝั่งผู้เล่นชนะ P(7 4 3) = 4 ต่อ B(J 10 10) = 0 นั่นหมายความว่ามันตรงกับกฎข้อที่ 2 (ผู้เล่นหรือเจ้ามือชนะด้วยไพ่ 3 ใบ) ทำให้ตาต่อไปเราจะต้องแทง “ฝั่งเจ้ามือ” ตามสูตร

ตาที่ 3: ปรากฏว่าผู้เล่นชนะ P(9 K) = 9 ต่อ B(6 2) = 8 นั่นเท่ากับว่าเราแทงเสียในตานี้ แต่แล้วมันก็ไปตรงกับกฎข้อที่ 1 อีก (ผู้เล่นหรือเจ้ามือชนะด้วย 8 หรือ 9 ด้วยไพ่ 2ใบ) ทำให้ตาต่อไปเราก็ต้องแทง “ฝั่งผู้เล่น” กันต่อ

ตาที่ 4: ผลออกเป็นเสมอถือว่ายังไม่นับ ตาต่อไปก็ให้เราแทงตามกฎเดิม

ไพ่บาคาร่า-คาสิโนออนไลน์
  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Pinterest
  • Gmail
  • Blogger

ตาที่ 5: กลายเป็นว่าเจ้ามือชนะ P(6 7 8) = 1 ต่อ B(10 6 K) = 6 เท่ากับว่าตานี้เราแทงเสียอีกแล้ว T T กลายเป็นเสียสองครั้งติดกัน แค่ถึงตรงนี้เราจะเห็นว่ามันยังคงอยู่ในสูตรตามกฎข้อ 2 ทำให้ตาต่อไปเราจึงแทง “ฝั่งเจ้ามือ” กันต่อไปเลย

ตาที่ 6: ผลที่ได้ก็คือ เจ้ามือชนะ! P(A 5 J) = 6 ต่อ B(5 2) = 7 ตานี้จึงกลายเป็นว่าเราแทงถูก

เทคนิค-บาคาร่า
  • Facebook
  • Twitter
  • Google+
  • Pinterest
  • Gmail
  • Blogger

สรุปจากการนำสูตรไปใช้งานจริง

หลังจากที่แทงครบ 3 ครั้งแล้ว เราก็ได้ทำการออกจากห้องมาในทันทีตามคำแนะนำของเหล่าเซียนทั้งหลาย ซึ่งพอมาดูผลการแทงแล้วเราก็จะพบว่าอัตราการแทงถูกนั้นจะอยู่ที่ 1/3 (เสีย เสีย ได้)

เอาจริงๆ ถ้าการใช้สูตรมันทำให้ถูกทุกครั้ง อย่างนั้นบ่อนก็คงล้มละลายกันหมดแล้วล่ะนะ แต่หากลองมองดูอีกทีก็จะเห็นว่าการที่มีโอกาสถูกถึง 1 ใน 3 นั้นก็ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบที่ดีไม่น้อยแล้ว คือเรายังพอมั่นใจได้ว่าทุก 3 ตาที่แทงอย่างน้อยมันก็จะต้องมีถูกสักตาแหละนะ

และเมื่อเรารู้ว่าการแทงด้วยสูตรนี้ ใน 3 ตาจะแทงถูก 1 ตา การแทงแบบคงที่ไปเรื่อยๆ ด้วยจำนวนเงินเท่าเดิมในทุกๆ ตานั้นก็อาจไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่

กลับกันวิธีที่แนะนำให้ใช้นั้นคือ เมื่อไหร่ที่เราแทงเสีย ตาต่อไปที่แทงก็ให้เพิ่มจำนวนเงินมากขึ้นจากตาก่อนหน้า 2 เท่า ซึ่งนี่ก็คือวิธีการที่เรียกว่า Martingale

เอาให้เห็นภาพง่ายๆ สมมุติว่าตาแรกเราแทง 100 บาทแล้วเสีย ตาต่อไปที่แทงก็ให้เพิ่มเป็น 200 บาท ถ้าเสียอีกตาต่อไปก็เพิ่มเป็น 400 บาท ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แล้วพอถึงตาที่เราแทงถูกมันก็จะทำให้เราได้กำไรคืนกลับมานั่นเอง

ความเห็นส่วนตัว..

อย่างที่บอกตั้งแต่แรกว่าสูตรนี้ไม่มีใครทราบถึงที่มาที่ไป แต่มันอาจเกิดจากการที่ผู้เล่นหลายๆ คนนำไปใช้แล้วเห็นผลจนกลายเป็นการบอกต่อมาเรื่อยๆ ทำให้สูตรนี้ถือว่ามีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย

และด้วยกฎ เงื่อนไขต่างๆ ที่เข้าใจง่าย ก็เชื่อว่ามันคงไม่ใช่เรื่องยากที่เพื่อนๆ จะลองนำไปใช้กันดูนะ สุดท้ายนี้ก็ขอให้โชคดี จากการเดิมพันในคาสิโนออนไลน์ หรือเกมไพ่บาคาร่า ให้ได้เงินจริงกลับบ้านไปนอนกอดกันสบายๆ จาก PiggyGambler

Pin It on Pinterest

Shares
Share This